Recommend

    รักแรก ธันวา(ยังไม่อีดิท)

    posted on 27 Sep 2009 20:06 by la-ve-en-rose

     

    รักแรก ตุลย์ แก้ไขแล้ว 

    รักแรก

    ธันวา

    หลังการประชุมผู้บริหารอันยาวนานน่าเบื่อจบลง

    ชายหนุ่มมีเวลาพักจิบกาแฟเพื่อผ่อนคลายก่อนต้องออกตรวจงานเล็กน้อย

    กองเอกสารและจดหมายที่ถูกส่งมาโดยผู้ช่วยบนโต๊ะถูกมองและอ่านแบบผ่านๆ

    จากนั้นเสียงเตือนอีเมล์เข้าจากโน้ตบุคตรงหน้าก็ดังขึ้น

    แม้จะรู้สึกเรื่อยเฉื่อยจนไม่อยากจะอ่านแต่เมื่อสังเกตุเห็นชื่อผู้ส่งแล้วก็ตัดใจไม่ยี่หระเสียไม่ได้

    เมษา

    หัวข้อ พักร้อน

    ภาพถ่ายเจ้าตัวกำลังเริงร่าท่ามกลางบรรยากาศหมู่เกาะฮาวายจนน่าหมั่นไส้รูปแล้วรูปเล่า ถูกแนบมา

    คนที่เขาคิดถึงกลับเป็นคนข้างๆที่อยู่ในรูปทุกใบของหมอนั่นมากกว่า

    นานแค่ไหนกันนะ

    สิบปีเห็นจะได้

    คิดอย่างนั้น ชื่อๆหนึ่งก็ชัดเจนยิ่งที่ความทรงจำ

    ตุลย์ สิบปีก่อนเป็นเด็กผู้หญิงแบบไหน ไม่ใช่แบบอ่อนหวานเรียบร้อยน่ารัก แต่ไม่เคยมีช่วงไหนที่จะลบใบหน้าเหล่านั้นออกไปจากความคิดได้เลย

    ใบหน้าบูดบึ้งเย็นชาที่ดูเหมือนอารมณ์ไม่ดีแทบจะตลอดเวลา

    สัปดาห์วุ่นวายแห่งการเลือกตั้ง ประธานนักเรียน

    ธันวายังคงจำได้ดี หลังจากเปิดเทอมมัธยมปลายปีสองได้สองสัปดาห์ เหล่าบรรดากิจกรรมปวดหัวก็ดาหน้าเข้ามาไม่หยุดหย่อน

    ตัวแทนนักเรียนจากสามชั้นปีมัธยมปลายของทุกห้องเข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับวาระการเลือกตั้งประธานนักเรียน

    เขาเป็นหนึ่งในตัวแทนในวันนั้น

    ก่อนที่การประชุมจะเริ่ม ยังเห็นพวก เมษาและตุลย์ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆห้องประชุม

    พี่อะตอม รักษาการณ์ประธานนักเรียนที่อยู่ชั้นปีที่สาม เดินเข้ามาพร้อมด้วยเอกสารปึกใหญ่

     

    "เฮ้ย เมษา มาวุ่นวายอะไร เพราะแกคนเดียวเสียงดังไปจนถึงข้างล่างโน่น" ทั้งๆที่เหมือนจะตำหนิ แต่สีหน้าของพี่อะตอมกลับตรงกันข้าม

    อาจเป็นเพราะคนที่อยู่ข้างๆนายเมษาก็เป็นได้

    "พี่ตอมใจร้าย" นายเมษาล้อเลียนโดยการแกล้งทำท่าเป็นสาวน้อย กัดผ้าขนหนูพลางค้อนแบบน่าถีบมากกว่าน่ารัก

    "ตุลย์มาทำอะไรครับ" โอ้โห นายเมษาตาโตเท่าไข่ห่าน ปฏิกิริยามันช่างต่างกันลิบลับจริงๆ

    เสียงโห่ ดังมาจากกลุ่มรุ่นพี่ปีสามด้วยกันอย่างไม่ไว้หน้า

    ตุลย์ไม่ตอบ เพียงแต่ยิ้มแกนๆ ให้อีกฝ่าย

    "พูดก็พูดเหอะพี่ตอม เคยได้ยินมั้ย เลิฟตุลย์เลิฟเมษาน่ะ"

    ไอ้คนหน้าด้านประกาศออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ

    "ไม่ พูดบ้าอะไรของแก ไสหัวไปซะ"

    ทั้งสองคนเดินกลับออกไปเมื่อพี่อะตอมเข้าสู่โหมดจริงจังก่อนเริ่มการประชุม

    อะไรบางอย่างเริ่มก่อกวนความรู้สึกสงบภายในของธันวาทีละน้อย

    ท่าทีสนิทสนมของสองคนนั้น ไม่ใช่ผิดปกติไปจากเดิมที่ผ่านมาเสียหน่อย

    แต่ทำไมเขากลับรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องนัก

    นายหึงเรอะ ประโยคที่เมษาทิ้งเอาไว้เมื่อหลายวันก่อนย้อนกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง

    มือที่กำปากกาแน่นขึ้นอย่างไม่รู้สึกตัว

    จะว่าธันวากำลังหึงทั้งคู่ ก็คงเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อคนที่หลงรักตุลย์เป็นนายเมษา ไม่ใช่เขาเสียหน่อย

    ถ้าอย่างนั้นแล้ว เขาจะหึงได้อย่างไร ไม่มีทาง

    ทั้งๆที่หาเหตุผลจนเสร็จสรรพเรียบร้อยไปแล้ว ทว่า หัวข้อการประชุมวันนั้นกลับไม่เข้าสมองของเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

    การถูกรบกวนด้วยเรื่องขอทั้งสองคนจนความคิดกระจัดกระจายทำให้ธันวารู้สึกหงุดหงิด

    เด็กหนุ่มคิดว่าควรจะแวะไปที่ห้องศิลปะเสียหน่อยหลังการประชุม การหาอะไรทำน่าจะช่วยให้เขากลับสู่ภาวะปกติได้

    แต่ก่อนที่จะออกจากห้องประชุมไป พี่อะตอมกลับรั้งเขาเอาไว้เสียก่อน

    "นี่ธันวา พี่ถามอะไรหน่อย"

    "ครับ"

    "ตุลย์กับเมษานี่ สนิทกันแค่ไหน"

    "สนิทกันตามประสาคนโตมาด้วยกันมั้งครับ"

    "เกินเพื่อนรึเปล่า"

    "ไม่ครับ" ไม่รู้ทำไม ธันวาถึงตอบออกไปอย่างนั้น

    แต่เพราะคำพูดได้หลุดออกจากปากไปแล้วจึงไม่มีทางแก้ไขได้

    "เอ่อ ขอตัวครับ" ร่างสูงก้าวขายาวๆ รีบเร่งพาตัวเองไปให้พ้นสภาพน่ากระอักระอ่วนใจโดยเร็ว แต่นึกไม่ถึงว่า

    เพราะความรีบร้อนจนไม่ได้มองทาง

    เขาจึงชนเข้ากับใครบางคนที่บันได

    "เฮ้ยยยยย" เสียงร้องประสานที่ไม่รู้ว่าเป็นของใครบ้างดังขึ้นพร้อมกัน

    และคนที่หน้าซีดที่สุดเห็นจะเป็น เมษา

    คนที่เห็น ตุลย์ถูกธันวาชนจนตกบันไดลงมาจะจะ

    บันไดตึกเรียนยามเย็นที่แสงสว่างไม่ค่อยพอ ทำให้มองเห็นคนที่ตกลงไปตรงชั้นพักไม่ถนัดดีนัก

    ธันวากระโดดข้ามลงไปอย่างรวดเร็ว

    พบว่า ตุลย์นั่งขดตัวอยู่

    "ตุลย์เป็นอะไรรึเปล่า"

    "แขน สงสัยจะหัก" เสียงสั่นตอบกลับมา หน้าที่ปกติขาวซีด กลับขาวซีดหนักลงไปอีกจนน่าตกใจ

    "มีอะไรกัน" พี่อะตอมที่เดินตามลงมาหลังจากได้ยินเสียงร้องโวยวายชะโงกลงมาจากชั้นบน

    "ตุลย์ตกบันได สงสัยจะแขนหัก" ธันวาตอบด้วยเสียงค่อยราวกับกระซิบ

    "เฮ้ยอย่าขยับ" พี่อะตอมที่แทบจะบินลงมาอีกคนเข้าไปดูอาการ

    ปล่อยให่ เมษาและธันวายืนนิ่งราวถูกสาปเป็นหินเพราะทำอะไรไม่ถูก

    หลังจากค่อยๆประคอง ตุลย์ให้ลุกยืนขึ้น เด็กหนุ่มรุ่นพี่ก็หันมาตวาดสั่งสองหนุ่มที่มัวแต่ใบ้กินข้างๆว่า

    "เอ้าไปเก็บข้าวของให้เรียบร้อยแล้วตามไปที่ห้องพยาบาล พี่จะไปบอกอาจารย์ให้เอารถออกพาตุลย์ไปโรงพยาบาล"

    "แกเดินยังไงของแกวะ" เมษาที่กำลังเก็บสัมภาระของตุลย์พูดออกมาอย่างโมโห

    "มันไม่ทันมอง" ธันวาว่า จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่

    อาการเนือยของอีกฝ่ายส่งผลให้เมษาเดือดหนักขึ้นไปอีก ทันทีที่กระแทกเก้าอี้อย่างมีอารมณ์ เด็กหนุ่มก็ก้าวออกจากห้องเรียนไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เอ่ยปากชวน

    ทิ้งธันวาให้ยืนรู้สึกผิดอยู่ในห้องเพียงลำพัง

     

     

    Categories